www.chopteaw.com

Advertising List

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชอบเที่ยว...ชวนขนลุก




จริง ไม่จริง ไม่รู้ มีคนเขาบอกต่อๆ มาครับ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

- นายเกียรติศักดิ์ กิตติโฆษน์ อายุ 39 ปี อาชีพคนขับรถแท็กซี่ นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องพักเลขที่ 305 จุฑาแมนชั่น ตรงข้ามซอยอ่อนนุช 35 ที่เกิดเหตุพบสายยาง ซึ่งเป็น อุปกรณ์เสพยาตกอยู่ ตำรวจจึงสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจ เสพยาเกินขนาดจนเสียชีวิต ทั้งนี้ ในห้องพักยังล็อกกลอนจากด้านใน ทำให้ตำรวจตัดประเด็นชิงทรัพย์ทิ้ง เบื้องต้น ได้ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบัน นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจแล้ว> >> >

คืออย่างนี้ครับ ข่าวที่เล่ามาให้ฟังเกิดจาก มีคนเล่าว่ามันเกิดขึ้นใกล้ตัวผมมาก เพราะผมอยู่ห้องตรงข้ามกับมัน ซึ่งวันที่เค้ามาเอาศพเหม็นมากครับ แล้วทีนี้เลยลองมาหาข้อมูลในเนทว่าเค้าหน้าตายังไง คนไหน แต่ไม่ปรากฏหลักฐาน แต่ดันไปรู้ข้อมูลที่น่าตกใจไปมากกว่านั้น คือ ผมใช้กูเกิ้ลค้นหาคำว่า " ตาย ห้อง 305" ซึ่งมีหน้าที่แสดงขึ้นมามากมาย แต่ล้วนเป็นข่าวคนตายในห้อง 305 ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรามอินทรา ลาดพร้าว มีนบุรี ต่างจังหวัดก็มี สาเหตุการตายก็เกิดจาก ฆ่ากันเสียเป็นส่วนมาก ไม่เชื่อ ลองเสิร์ชดูสิครับ แล้วการตายที่ว่าจะเกิดจากการทำตัวไม่ดีทั้งสิ้น ทั้งมีกิ้ก เสพยา ปล้น นอกจากห้องพักแล้วบ้านเลขที่ 305 ก็ยังมีคนตายอีกเป็นจำนวนมาก " ทำไมใครก็พากันต้องตายในห้อง 305" ผมจึงเกิดความคิดขึ้นมาว่าถ้าเราค้นหาจนครบ จะมีคนตายในห้อง 305 จากแมนชั่น อพาร์ทเม้นต่างๆกี่คน แล้วทำไมต้องตายเฉพาะเลข 305 นี้ ผมลองค้นหาเลขอื่นเช่น 306 307 408 409 สารพัด กลับไม่มี หรือมีก็น้อยมาก

จากการวิเคราะห์ด้วยหลักฮวงจุ้ยของจีน เลข 305 แปลว่า ไม่ --เกิด
3 แปลว่าเกิด 5 แปลว่าไม่ รวมแล้วคือ ไม่เกิด นั่นก็คือ " ตาย " นั่นเอง

ผมไปค้นหาต่อถึงข่าวอาชญากรรมต่างประเทศ มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับ 305 อีกมากมาย เช่น จำนวนคนตายในเหตุวินาศกรรม เลขทะเบียนรถที่ใช้ระเบิด เที่ยวบิน 305 ที่ตกในเนปาล ขนาดภราดรไปพักโรงแรมห้อง 305 ไฟยังไหม้เลย และจากข้อมูลเหล่านี้ยิ่งทำให้ผมต้องค้นหาสาเหตุของมันต่อไปอีก ผมนำ 3 + 5 = 8 8 ถ้าเรากลับตัวมัน จะเป็นเครื่องหมาย อินฟินิตี้ ที่แปลว่า ไม่มีที่สิ้นสุด นั่นหมายถึง 305 จะก่อให้เกิดความตายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พระที่วัดลาดปลาเค้าท่าน ให้ความรู้มาว่า เลข 305 เกี่ยวข้องกับตำราโหราศาสตร์พม่า เป็นเลขที่ถูกสาปแช่งให้วิบัติ ใครที่เกี่ยวข้อง กับเลขนี้ต้องหายนะมานานนับร้อยๆปี เพราะวันที่พม่าแพ้สงครามไทยนั้นเกิดขึ้น วันที่ 30 เดือน 5 พม่าแค้นมากจึงลงเลขยันต์ตัวนี้ ใส่ไว้ใต้ฐานเจดีย์ ท่านบอกว่า 305 เป็นเลขผี เลขไม่มงคล เหมือ 13 ของฝรั่ง เลขไทยมีแต่รู้กันว่า 9 ดี 1 ดี แต่ไม่มีใครรู้ว่า 305 นั่นไม่ดี ท่านบอกว่าตอนนี้ใครที่มีความผูกพันธ์ ใกล้ชิดกับเลขนี้ ให้นำแผ่นทองไปติดทับเลข 5 เสีย ให้เหลือ 30 ไว้ จะได้ดีแทน ท่านยังบอกอีกว่า เวลาที่ผีออกมาอาละวาดผู้คนก็จะออกกันตอน ตี 3.05 เช่นกัน " ระวังเอาไว้นะครับ 305 " ผมเตือนคุณแล้ว จริงหรือไม่จริง เราไม่รู้ ขอแค่ให้รู้เป็นวิทยาทานเนอะ โชคดีล่ะกันนะ อิอิ

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชอบเที่ยว...ชวนไป


เตรียมตัว เตรียมร่างกาย รู้คิวล่วงหน้า ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่า

กันยายนนี้ สำหรับคนรักทะเล ชอบเที่ยวไม่หวั่นแม้วันฝนพรำ หากแวะมาเพชรบุรี คงเป็นที่ถูกอกถูกใจนักชิมทั้งหลายเพราะจะได้ร่วมกิจกรรมงานเทศกาลประจำปี 2552 “เทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก” ระหว่างวันที่ 25 กันยายน - 4 ตุลาคม 2552 ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ นอกจากจะได้ชิมอาหารทะเลสดราคาประหยัดแล้ว ยังมีกิจกรรมดูนกและชวนกันออกทะเลเพื่อตกหมึกยามค่ำอีกด้วย

สถานที่จัดงาน จุดชมวิวชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

กิจกรรมที่น่าสนใจ
การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลจากร้านอาหารและโรงแรมชื่อดังในชะอำกว่า 50 ร้าน
กิจกรรมทัวร์ดูนกนานาชนิดที่บึงตะกาดพลี และวนอุทยานเขานางพันธุรัต
และการลงเรือออกทะเลไปตกหมึกในตอนกลางคืน และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมบนเวทีทุกคืน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
เทศบาลเมืองชะอำ โทร. 0-3247-1822
อำเภอชะอำ โทร. 0-3247-1078

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ชอบเที่ยว...ชวนไป





อุทยานแห่งชาติภูแลนคา (1 ในสถานที่ท่องเที่ยว 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน) ห้ามพลาด...
มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมือง ตำบลภูแลนคา อำเภอบ้านเขว้า ตำบลกุดชุมแสง ตำบลคูเมือง อำเภอหนองบัวแดง ตำบลบ้านเดื่อ ตำบลโนนกอก ตำบลสระโพนทอง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ สภาพป่าเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่น่าสนใจ เช่น ป่าหินงามจันทร์แดง ซุ้มประตูหินธรรมชาติ ผากล้วยไม้ น้ำตกตาดหินดาด น้ำตกตาดโตน ถ้ำพระ ผาเก้ง ผาแพ เป็นต้น และการเดินทางเข้าไปเที่ยวชมก็สะดวก มีเนื้อที่ประมาณ 148 ตารางกิโลเมตร หรือ 92,500 ไร่



ลักษณะภูมิประเทศ



โดยทั่วไปของพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่สำรวจเป็นเทือกเขาภูแลนคา ภูเขียว ภูคำน้อย พื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน และที่ราบสูง ซึ่งจะมีระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 200 ถึง 725 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนพื้นที่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะมียอดเขาที่มีความสูง 669 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนพื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมียอดภูแลนคา ซึ่งเป็นยอดที่มีความสูง สูงสุดของพื้นที่ โดยมีความสูงประมาณ 725เมตร จากระดับน้ำทะเล พื้นที่ทางด้านทิศใต้จะเป็นพื้นที่ลาด ซึ่งจะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 200 ถึง 500เมตร และพื้นที่ทางด้านทิศเหนือจะเป็นพื้นที่ลาดชันมาก มีหน้าผาหุบเขาเป็นส่วนใหญ่



ลักษณะภูมิอากาศ



จัดอยู่ในภูมิอากาศฝนเมืองร้อนมี 3 ฤดูคือ ฤดูร้อนเกิดขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ฤดูฝนเกิดขึ้นช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน และฤดูหนาวเกิดขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม-มกราคม ของทุกปี



พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า



สภาพป่าอุดมสมบูรณ์ป่าที่พบประกอบด้วย ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ เต็ง รัง เหียง ประดู่ ตะแบก พลวง แดง ชิงชัน ไม้กระยา หว้า พะยอม กะบก ตะเคียน แส้น กล้วยไม้ พะอง พีพ่าย แก้วหวาย สมุนไพรชนิดต่างๆ และหญ้าชนิดต่างๆ เป็นต้น



สัตว์ที่พบ



ได้แก่ กระต่ายป่า ลิง หมูป่า กระจ้อน กระรอกบิน หนูหวาย พังพอน อีเห็น นกชนิดต่างๆ งูชนิดต่างๆ ปลาน้ำจืดชนิดต่างๆ และแมลงชนิดต่างๆ เป็นต้น



แหล่งท่องเที่ยว



บ่อน้ำสระแก้ว เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเรียงกันสามบ่อ โดยมีต้นบัวเกิดขึ้นเองในบ่อ และมีตำนานเล่าสืบต่อกันว่า มีรูปรอยพระพุทธบาทปรากฏในบ่อน้ำสระบัว ชาวบ้านถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และพุทธสถาน จุดยุทธศาสตร์ เป็นพื้นที่ที่มีการตั้งกองกำลังทหารผสม ในอดีตเพื่อการขับไล่และต่อสู้กลุ่มก่อการร้าย โดยทั่วพื้นที่จะมีการตั้งฐานปฏิบัติการและกำหนดจุดพิกัดทางยุทธศาสตร์



- ป่าหินงามจันทร์แดง มีรูปร่างลักษณะแปลกวิจิตรพิศดารต่างๆ จำนวนมาก โดยจะมีต้นจันทร์แดงเกิดขึ้นบนโขดหินก้อนใหญ่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ในเนื้อที่จำนวนมาก



- ซุ้มประตูหินธรรมชาติ แตกต่างไปจากป่าหินงามจันทร์แดงโดยจะมีก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งที่มีรูปลักษณ์เป็นซุ้มประตูหิน



- จุดชมวิวลานหินร่องกล้า เป็นลานหินกว้างใหญ่และหินแตกเป็นร่องลึกจำนวนมากพร้อมกับเกิดขึ้นเป็นผาหินเด่นชัดสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 700-800 เมตร



- จุดชมวิวป่าหินปราสาท มีก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายปราสาท เป็นลักษณะเด่นในพื้นที่ และเป็นจุดมองทิวทัศน์ทางธรรมชาติ



- ผากล้วยไม้ เป็นหน้าผาสูงและลดหลั่นตามลำดับ โดยทอดยาวติดต่อกัน เป็นหน้าผาหินที่มีพันธุ์กล้วยไม้หายากหลายชนิด เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากตลอดหน้าผา



- ทุ่งดอกกระเจียวบริเวณป่าหินงามทุ่งโขลงช้าง เป็นพื้นที่ที่มีต้นกระเจียว ขึ้นเป็นจำนวนมากในป่าเต็งรัง และกระจัดกระจายทั่วพื้นที่ป่าหินงานทุ่งโขลงช้าง ซึ่งจะมีก้อนหินใหญ่คล้ายช้าง



- เขาขาด เกิดจากการยุบตัว และยกตัวของเทือกเขาพังเหย กับเทือกเขาแลนคา เกิดเป็นช่องทางน้ำไหลของลำน้ำชีทำให้พื้นที่ริมฝั่งลำน้ำชี และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นสถานที่ชมธรรมชาติ



- ลำน้ำชี เป็นลำน้ำที่ไหลผ่านริมแนวเขตพื้นที่สำรวจ เป็นลักษณะเด่นของลำน้ำกับเทือกเขา



- ผาเก้ง เป็นหน้าผาสูงเด่น หน้าผาที่ก้อนหินใหญ่ยื่นออกไป และเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์



- ผาแพ เป็นผาหินขนาดใหญ่เกิดขึ้นจากการยกตัว และการไหลเลื่อนของชั้นหิน ทางด้านธรณีวิทยา ชั้นหินและแร่ที่ปรากฏมีลักษณะเด่น เป็นเนื้อสีแปลกและแตกต่างกันตลอด



- ถ้ำพระ เกิดจากการยกตัวของชั้นหินทางธรณีวิทยา และการกัดเซาะของน้ำกับชั้น หินแร่ ถ้ำพระนี้ชาวบ้านท้องถิ่นได้เข้าไปขุดค้นวัตถุโบราณ เช่น พระพุทธรูป เศษวัตถุโบราณ และของมีค่าต่าง ๆ จึงเป็นตำนานถ้ำพระเล่าสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ถ้ำพระยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์อีกด้วย



- จุดชมวิวเทพบูชา เป็นบริเวณที่ราบเล็กๆ ใกล้เคียงกับที่พักสงฆ์เทพบูชา จึงมีชื่อว่าจุดชมวิวเทพบูชาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700-800 เมตร เป็นจุดมองทิวทัศน์ทางธรรมชาติ



- น้ำตกตาดโตนน้อย เป็นน้ำตกที่เกิดขึ้นจากลำห้วยน้อยใหญ่ไหลมารวมกันซึ่งมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาภูเกษตร และเป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดปี



การเดินทาง



รถยนต์ จากกรุงเทพฯเดินทางโดยใช้เส้นทางตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข1ผ่านจังหวัดปทุมธานี อยุธยา จนถึงสระบุรี ระยะทางประมาณ 107 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ผ่านอำเภอมวกเหล็ก อำเภอปากช่อง จนถึงแยกเข้าอำเภอสีคิ้ว ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 ผ่านอำเภอสีคิ้ว อำเภอด่านขุนทด อำเภอจัตุรัส ถึงจังหวัดชัยภูมิ ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร รวมระยะทางเส้นทางหลักทั้งสิ้นประมาณ 312 กิโลเมตร หลังจากนั้นสามารถเดินทางโดยโครงข่ายการคมนาคมโดยรอบที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ได้จัดสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว



สถานที่ติดต่อ



อุทยานแห่งชาติภูแลนคา อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ

ชอบเที่ยว...ชวนบันเทิง


ทำนายฝัน คำที่มีคนฝันมากที่สุด
1. ฟัน
หญิงชายใดฝัน ว่า ฟัน ตนหัก ถ้า ฟัน บน ทายว่าจะเสียญาติผู้ใหญ่ข้างฝ่ายบิดา ถ้า ฟัน ล่าง ทายว่า จะเสียญาติผู้ใหญ่ข้างมารดา ถ้า ฝัน ว่ามี ฟัน งอกขึ้นใหม่ ทายว่า จะมีคนมาขออาศัยในบ้าน ไม่ดีนัก
เลขเด็ด ยังไม่เหมาะแก่การเสี่ยงโชค
2. งูรัด
ฝันว่า งูรัด หรือเลื้อยมาพันร่างกาย ทายว่า ถ้าเป็นคนโสด จะได้พบเนื้อคู่อย่างกระทันหัน ถ้า งูรัด ส่วนของของร่ายกาย เช่น งูรัด คอ รัดบั้นเอว จะได้เนื้อคู่ฐานะดี หรือมียศศักดิ์ ถ้า งูรัด ต่ำลงมาถึงขาทายว่าจะได้เนื้อคู่ศักดิ์ต่ำกว่า ที่แต่งงานแล้ว ถ้าในฝันนั้นได้จับลำตัวของงูด้วย จะได้ลาภเป็นบุตรหรือลาภลอยจากการเสี่ยงโชคใหญ่
เลขเด็ด 55, 66, 556, 559, 568
3. งูกัด
ฝันว่าถูก งูกัด ทายว่า เพศตรงข้ามจะคิดร้ายหรือได้รับเคราะห์จากเพื่อนบ้าน ถ้า งูกัด ต่ำก็เป็นเคราะห์เล็ก ถ้า งูกัด สูงจะได้รับเคราะห์หนัก หรือมิฉะนั้นจะเจ็บป่วนเพราะอุบัติเหตุในการเดินทาง ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เลขเด็ด 54, 64, 95, 864, 71, 178
4. เสื้อ
ฝันว่าได้สวม เสื้อ ผ้าใหม่ ทายว่า จะหมดเคราะห์หายจากโรค รับรองว่าไม่มีกรำกรายแน่นอน ถ้าฝันว่าได้ถอด เสื้อ ผ้าออกจากร่าง ว้าว...!! ทายว่าจะได้รับข่าวจากญาติพี่น้องทางไกลที่จากกันไปนาน ถ้าฝันว่า ได้รับ เสื้อ ผ้าจากคนนำมาให้ ทายว่า จะมีคนมาขออาศัยอยู่ในบ้าน(เอาอีกและ) และจะนำความเดือดร้อนมาสู่ ถ้าฝันว่าซัก เสื้อ ผ้า จะได้รับโชค ลาภ (งั้นรีบเอา เสื้อ มาซักกันเยอะดีก่า...อิอิ)
เลขเด็ด 05, 06, 506, 550, 556, 646
5. เลือด
หญิงชายใดฝันเห็น เลือด นอง หรือ เลือด ออกตามร่างกายตน ทายว่า จะหมดเคราะห์ และจะได้รับข่าวดีจากทางไกล ถ้าฝันว่าได้กิน เลือด เนื้อสัตว์ ทายว่า จะได้ลาภจากการเสี่ยงหรือการพนัน
เลขเด็ด 76, 78, 275, 378, 786
6. หมากัด
หญิงชายใด ฝัน ว่าถูก สุนัขกัด หรือ หมากัด ทำนายว่าผู้ที่ถูก หมากัด จะเคราะห์ร้ายหรือได้รับเคราะห์จากศัตรู หรือจากคนใกล้ชิด ถ้า ฝัน ว่า สุนัข เข้ามาเลียแข้งขา ทายว่าศัตรูจะเข้ามาเป็นมิตร ที่ร้ายจะกลายเป็นดี ถ้าฝันว่าได้อุ้มลูกหมาขนปุยน่ารัก ทายว่า คนในบ้านต่ำอายุกว่าจะก่อความเดือดร้อนใจให้ภายหลัง
เลขเด็ด 41, 43, 334, 493, 944
7. บันได
หญิงชายใดฝันว่าได้ก้าวขึ้น บันได บันได เลื่อนสู่ที่สูง ทายว่า การที่คิดไว้จะสมหวัง ถ้าฝันว่าตกจาก บันได จะได้รับความเดือดร้อนภายในครอบครัว
เลขเด็ด 22, 44, 68, 220, 441, 681
8. ตาบอด
ถ้าฝันว่าตัวเอง ตาบอด มองอะไรไม่เห็น แปลว่า จะโชคดี จะสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ต้องการในเวลาไม่นาน ถ้าฝันว่าได้พูดคุยกับคน ตาบอด แปลว่า ในครอบครัวจะมีปัญหาที่สร้างความไม่สบายใจ ไม่ไว้วางใจกันเกิดขึ้น
เลขเด็ด ไม่ควรเสี่ยง
9. งานศพ
ฝันว่าได้ไปร่วมพิธีใน งานศพ หรือเห็นผู้คนพลุกพล่านใน งานศพ ทายว่า จะได้รับข่าวดีเกี่ยวกับหน้าที่การงาน หรือการค้าขาย ถ้าเป็นคดีความ จะได้ชัยชนะฝ่ายตรงข้าม
เลขเด็ด 47, 27, 48, 437, 427, 484
10. หญิง
ฝันเห็น หญิง แปลกหน้า หญิง ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ทายว่าการงานการเงินของท่าน จะมีผู้ หญิง เข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นไปในทางดี
เลขเด็ด 05, 06, 07, 256, 267, 507
11. ตาย
ฝันเห็นคน ตาย ทายว่า จะได้ลาภหรือหมดเคราะห์ ถ้าฝันว่าตนเอง ตาย จะหมดเคราะห์และจะได้ลาภติดตามมา
เลขเด็ด 07, 04, 407, 714, 447

ชอบเที่ยว...ชวนประพันธ์




โอ้ท่าจีน...


ปัจจุบัน สภาพในแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มมีความเสื่อมโทรมขึ้นเรื่อยดังนั้นควรร่วมมือร่วมใจช่วยกันดูแลรักษา และนี่ไกล้วันแม่ ควรรักแม่ รักษ์แม่น้ำ รักษ์ท่าจีน ให้มากๆ นะครับ


ชอบเที่ยว...ชวนรู้


ฝนดาวตก วันแม่

คนไทย พลาดชม " ฝนดาวตก วันแม่ " เกิดวันที่ 11-12 สิงหาคม ของทุกปี เหตุมีเมฆและแสงจันทร์รบกวน


เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์กรมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า ฝนดาวตก เปอร์เซอิด Perseid Meteors shower หรือ ฝนดาวตก วันแม่ ที่เกิดขึ้นทุกวันที่ 11-12 สิงหาคม ของทุกปี จะมีอัตราการตกสูงถึง 100 ดวงต่อชั่วโมงในปีนี้ ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืนของวันที่ 11 คาบเกี่ยวกับเช้าวันที่ 12 สิงหาคม แต่น่าเสียดายที่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ไม่สามารถชมปรากฏการณ์ดังกล่าว เนื่องจากตรงกับช่วงฤดูฝน มีเมฆกระจายเต็มท้องฟ้า ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวยังมีแสงจันทร์รบกวน "มีเพียงประเทศฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน ท้องฟ้าโปร่ง สามารถมองเห็นปรากฏการณ์ ฝนดาวตก เปอร์เซอิด Perseid Meteors shower หรือ ฝนดาวตก วันแม่ ได้ชัดเจน ฝนดาวตก เปอร์เซอิด Perseid Meteors shower หรือ ฝนดาวตก วันแม่ จึงกลายเป็น ฝนดาวตก ยอดนิยมของชาวตะวันตกไป และภาพถ่ายที่ได้ก็จะมาจากทางอเมริกาเป็นส่วนมาก แต่ประเทศไทยยังมีโอกาสเห็นปรากฏการณ์ ฝนดาวตก ชนิดอื่นๆ โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายนจะมี ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ Leonids ซึ่งปีนี้จะเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืน ของวันที่ 17 พฤศจิกายน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของท้องฟ้า โดยจะมีอัตราการตก ของ ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ Leonids ประมาณ 40-50 ดวงต่อชั่วโมง แม้จะไม่มากนัก แต่อาจมีโอกาสเห็น ไฟร์บอล Fire Ball ซึ่งเป็น ฝนดาวตก ที่มีความสว่างคล้ายลูกไฟ และมีความสวยงามมาก" รศ.บุญรักษา กล่าว ผู้อำนวยการ สดร. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคมยังมี ฝนดาวตก เจมินิดส์ Geminids ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ธันวาคม โดย ฝนดาวตก เจมินิดส์ Geminids จะเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป โดยปีนี้มีการคำนวณว่า อาจจะมีมากถึง 70-80 ดวงต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม คนไทยมีโอกาสมองเห็น ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ และ ฝนดาวตก เจมินิดส์ ได้มากกว่า ฝนดาวตก เปอร์เซอิด Perseid Meteors shower หรือ ฝนดาวตก วันแม่ เนื่องจากปรากฏการณ์ ฝนดาวตก ทั้ง ฝนดาวตก ลีโอนิดส์ และ ฝนดาวตก เจมินิดส์ จะเกิดขึ้นในช่วงข้างแรม ไม่มีแสงจันทร์มารบกวน

ชอบเที่ยว...ชวนไป



ขอเชิญเที่ยวงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 16 งานเดียวที่รวมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว


“หวนชื่นสู่ความรื่นรมย์ของการพักผ่อนที่ท่านคิดถึงคนึงหา” บริษัท พี.เค. เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด ชวนคนไทยย้อนอดีตเที่ยวเมืองไทย ในงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 16” มหกรรมท่องเที่ยวเก่าแก่ที่รู้จักกันดีในฐานะแหล่งรวมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สำหรับไทยเที่ยวไทยในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 กันยายน 2552 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานจะมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเข้าร่วมครบทุกประเภท กว่า 750 ราย รวม 800 บูธ อาทิ โรงแรม รีสอร์ต สายการบิน บริษัททัวร์ รถเช่า สปา สถานบันเทิง เรือท่องเที่ยว ภัตตาคาร สนามกอล์ฟ อุปกรณ์ท่องเที่ยว-เดินทาง แค้มปิ้ง ดำน้ำ สื่อท่องเที่ยว รวมถึงสินค้าของฝากของที่ระลึกทั่วประเทศ เป็นต้น คึกคักเต็มพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร สวนกระแสปัจจัยลบทั้งหลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเตรียมแพ็คเกจทัวร์ที่พักทั่วไทย มาลดราคากระหน่ำ 10-50% พร้อมกระตุ้นการช้อปเพิ่มเติมด้วยพันธมิตรบัตรเครดิต CITIBANK และ HSBC นำโปรโมชั่นดีๆ มาลดแลกแจกแถมพิเศษสำหรับงานนี้เท่านั้น ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 300,000 คน และสร้างเงินสะพัดในงานได้มากกว่า 100 ล้านบาท ยังไม่รวมเงินหมุนเวียนต่อเนื่องภายหลังการจัดงานอีกหลายร้อยล้านบาท นอกเหนือจากภายในงานจะมีการออกบูธให้เลือกมากมายด้วยข้อเสนอพิเศษต่างๆ แล้ว ยังมีสีสันการท่องเที่ยวย้อนยุค และกิจกรรมการแสดงบนเวทีที่น่าสนใจมากมายให้ชมตลอดงาน ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 0-2683-3065-8 หรือดูข้อมูลในเว็ปไซต์ www.pkexhibition.com

ชอบเที่ยว...ชวนไหว้พระ

อยุธยามหามงคล ไหว้พระ 9 วัด เสริมสิริมงคล
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดโครงการ “อยุธยามหามงคล ไหว้พระ 99 วัด เที่ยว พัก กิน ซื้อของฝาก ปีที่ 8” ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม-4 ตุลาคม 2552 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเข้าวัด ร่วมปฏิบัติธรรม ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งกรุงศรีอยุธยา อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อันจะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวจุฑาทิพย์ เจริญลาภ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยากล่าวว่า การจัดโครงการ “อยุธยามหามงคล” ประจำปี 2552 นี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ซึ่งปีนี้มีวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วมโครงการดังกล่าวถึง 99 วัด โดยกำหนดจัดพิธีเปิดโครงการในวันที่ 8 พฤษภาคม 2552 (วันวิสาขบูชา) ซึ่งนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “อยุธยามหามงคล ไหว้พระ 99 วัด เที่ยว พัก กิน ซื้อของฝาก” สามารถเข้าร่วมกิจกรรมมหามงคล ดังนี้
-ไหว้พระและนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครบ 9 วัด รับเหรียญอยุธยามหามงคล 1 องค์
-ไหว้พระและนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครบ 99 วัด ร่วมลุ้นรางวัลแพ็คเก็จท่องเที่ยวทั่วไทย
-18 ตุลาคม 2552 ร่วมทำบุญทอดกฐิน อยุธยามหามงคล ณ วัดประดู่ทรงธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมโครงการ “อยุธยามหามงคล ปีที่ 8” โดยการพาครอบครัวและญาติเข้าวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา (ศาลากลางเก่า) โทร 0 3532 2730-1 เวลา 08.30-16.30 น. และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร 0 3522 9234-41 ต่อ 127 ศูนย์การค้าอยุธยาพาร์ค (ติดถนนสายเอเชีย) หรือที่ http://www.ayutthayapark.com/, www.tourismthailand.org/ayutthaya

ชอบเที่ยว...ชวนไป


การแข่งขันจักรยานเขื่อนภูมิพลเสือภูเขานานาชาติ ประจำปี 2552

การแข่งขันจักรยานเขื่อนภูมิพลเสือภูเขานานาชาติ ประจำปี 2552ณ เขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตากวันที่ 28 - 30 สิงหาคม 2552

กิจกรรมหลัก

1. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางไกล ระยะทาง 60 กม.

2. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอบครัว ระยะทาง 16 กม.

3. การแข่งขันจักรยานเสือท่องเที่ยว ระยะทาง 10 กม.

4. การแข่งขันจักรยานเสือลำบาก แบ่งเป็นรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี และรุ่นทั่วไปขี่จักรยานขึ้นสันเขื่อน ระยะทาง 5 กม.

5. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขานานาชาติ ระยะทาง 39 กม.

6. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาสมัครเล่น (เสือผู้ชายและเสือผู้หญิง) ระยะทาง 24 กม.


กิจกรรมเสริม

- จักรยานท่องเที่ยวชมบรรยากาศรอบเขื่อนภูมิพล

- ชมการประกวดจักรยานโบราณที่หาชมได้ยาก

- เลือกจับจ่ายซื้อหาและซ่อมแซมจักรยานเสือภูเขาจากร้านผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์มากมาย ในราคาสุดพิเศษ

- กิจกรรมของเยาวชน เรื่อง ช่วยกันรณรงค์สิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน

- จำหน่ายสินค้า OTOP ชั้นนำ จากตำบลต่าง ๆ ในเขตจังหวัด ตาก

- จำหน่ายอาหารเครื่องดื่มและชมดนตรีโฟร์คซอง จากเยาวชนเขื่อนภูมิพล ในช่วงเย็น

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- TAT Call center 1672
- กองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โทร. 0 2250 5500 ต่อ 3495-8
- ฝ่ายประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โทร. 0 2436 4822, 0 2436 4864
- ททท. สำนักงานตาก (สต.) โทร. 0 5551 4341-3
- เรือนรับรองเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก โทร. 0 5554 9509, 0 5559 9093 ต่อ 4001, 4002
- ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเขื่อนภูมิพล โทร. 081 283 3775
- http://www.bhumiboldam.egat.com/ , http://www.tourismthailand.org/

ชอบเที่ยว...ชวนห่วงใย


กระเทียมสมุนไพรมหัศจรรย์

ประโยชน์ของกระเทียม นอกจากจะเป็นส่วนผสม หรือเครื่องปรุงได้แสนอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ ในฐานะที่เป็นสมุนไพร ช่วยรักษาและป้องกันโรคต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่หมอยา สมุนไพร หรือหมอแผนโบราณรับรู้ สืบทอดกันมาแต่โบราณแล้ว
ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 6,000 ปี ของกระเทียมอียิปต์ ที่ใช้ประกอบการทำมัมมี่ เพื่อชะลอ การบูดเน่าของศพ เป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดี ถึงประโยชน์ทางยาของกระเทียม
นอกจากนี้ยังใช้รักษาโรคเรื้อน ป้องกันกาฬโรค หรือใช้กระเทียมแก้อักเสบ รักษาแผลในล้ำไส้ ฯลฯ การวิจัยของแพทย์ปัจจุบัน ยิ่งเสมือนเป็นการตอกย้ำ ประโยชน์ทางยาของกระเทียม เพราะต่างยืนยันว่า กระเทียมสามารถฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย ใช้เป็นยาปฏิชีวนะ เพื่อรักษาโรคหืด กลาก เกลื้อน สิว หวัด และโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร
แต่ข่าวที่ทำให้กระเทียมไต่อันดับ เป็นสมุนไพรระดับแถวหน้า ก็เพราะกระเทียมช่วยป้องกัน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง ช่วยลดความดันโลหิตสูง รวมทั้งระดับคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันหลดเลือดแข็งตัว นอกจากนี้ กระเทียมยังทำให้ ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ต่อจากนี้ทุกครั้งที่กินกระเทียม ขอให้วางใจว่า มิใช่จะได้แค่ความอิ่มอร่อยเท่านั้น แค่คุณประโยชน์มากมาย ที่จะได้รับนั้นรอคุณอยู่เช่นกัน

กระเทียม เป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน และรสเผ็ดร้อน ซึ่งคนไทยรู้จัก และใช้กระเทียม ในการทำอาหาร มาแต่โบร่ำโบราณ เรียกว่าชีวิตในครัวไทย ไม่เคยห่างหายจากกระเทียมก็ว่าได้ ถึงขนาดที่มีสุภาษิตที่ว่า 'หัวเดียวกระเทียมลีบ' หมายถึง การทำอะไรแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่มีคนอื่นคอยช่วยเหลือ
อาหารไทยหลายอย่างจะขาดรสอร่อยไป หากไม่ใช่กระเทียมเป็นส่วนผสม หรือเครื่องปรุงรส และไม่เฉพาะอาหารคาวเท่านั้น แม้แต่ของว่างอย่าง สาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ เมี่ยงต่างๆ ก็ยังต้องมีกระเทียมกิน เป็นของแนมคู่กันไปเสมอ
เสน่ห์ของกระเทียมได้มาจาก ส่วนที่เรียกว่า 'น้ำมันหอมระเหย' ได้มาจากการทุบ สับ ซอย หรือหั่น ซึ่งก็ต้องเลือกใช้ตามความเหมาะสม ของชนิดอาหารนั้นๆ ด้วย เช่น
กระเทียมที่ทุบแล้วสับ จะนำมาผัด หรือเจียวกิน เป็นเครื่องเคียงของสาคูไส้หมู ข้าวเกรียบปากหม้อ หากนำกระเทียมไปโขลก จะใช้สำหรับทำน้ำพริกแกง หรือเป็นเครื่องหมักเนื้อสัตว์ ร่วมกับรากผักชี และพริกไทย แต่หากกินเป็นเครื่องแนมของเมี่ยง หรือกินเป็นกับแกล้มร่วมกับแหนม หรืออาหาร ประเภทเนื้อสัตว์ ก็ต้องกินกันเป็นกลีบเลย ซึ่งอย่างหลังนิยมเลือกใช้ กระเทียมโทน มากกว่า ซึ่งจริงๆ แล้ว กระเทียมโทนเกิดจากความไม่สมบูรณ์ จึงมีเพียงกลีบเดียว ในหนึ่งหัวแทนที่จะ มีหลายๆ กลีบในหนึ่งหัว เหมือนอย่างทั่วๆไป ลักษณะดังกล่าว สามารถเป็นได้กับ กระเทียมทุกพันธ์
กระเทียมโทนจะมีเนื้อเยอะ และมีกลุ่นฉุนน้อยกว่า จึงเหมาะที่จะกินเป็นเครื่องแนม อย่างที่ว่าไว้ และเนื่องจากกระเทียมโทน ค่อนข้างหายาก จึงนิยมนำกระเทียมโทนมาดองเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้สามารถใช้ประกอบอาหาร ได้ตลอดปี
สำหรับต้นกระเทียมที่นำมาผัดกับตับหมู หรือเนื้อปลานั้น เป็นต้นกระเทียมอีกหนึ่งพันธุ์ ซึ่งเรียกว่า 'กระเทียมใบ' เป็นพันธุ์ที่ปลูกเพื่อ ใช้ส่วนที่เป็นใบโดยเฉพาะ เพราะหากใช้ใบของต้นกระเทียมทั่วๆ ไป จะมีเส้นใยมาก เนื้อหยาบ และมีสารพิษตกค้างค่อนข้างมาก จึงไม่นิยมนำมาบริโภค
การเลือกซื้อกระเทียม คงต้องดูที่การใช้งานเป็นหลัก เพราะหากเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีการประกอบอาหารบ่อยครั้ง แนะนำให้ซื้อกระเทียมเป็นหัว หรือกระเทียมจุก โดยเลือกกระเทียมแห้ง หัวใหญ่ เปลือกมีความสดใส เมื่อซื้อมาแล้ว ต้องแขวนในที่ มีอากาศถ่ายเทสะดวก หรือแขวนให้ลมโกรก จะทำให้กระเทียมไม่ฝ่อ
แต่ถ้ามีสมาชิกในบ้านน้อย หรือไม่ค่อยประกอบอาหารรับประทานกัน ควรเลือกซื้อกระเทียม แต่น้อย ซื้อมาแล้วถ่ายใส่ภาชนะโปร่ง และไม่ควรเลือกซื้อกระเทียม ที่แกะขายเป็นกลีบๆ เพราะกระเทียมประเภทนี้จะฝ่อเร็ว
หลายคนหลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงจากกระเทียม เพราะเมื่อกินอาหารเหล่านี้เข้าไปแล้ว จะมีกลิ่นติดปาก วิธีดับกลิ่นแบบง่ายๆ เพียงดื่มนมสด หรือดื่มน้ำที่ผสมน้ำผึ้งและน้ำชาสักแก้ว กลิ่นจะจางลงมากทีเดียว หรือใส่ผักชีฝรั่ง ลงในอาหารจานนั้นด้วยก็ได้
ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า เมนูจากกระเทียมจานไหน ที่จะโดนใจจนกลายเป็นอาหารอีกหนึ่งจาน บนโต๊ะอาหาร มือต่อไปของคุณ

ชอบเที่ยว...ชวนชิม







เชียงใหม่ เมืองหลวงแห่งที่ 2



เมืองในวงล้อมของขุนเขาริมสายน้ำปิงอันชื่นเย็นแห่งนี้ไม่เพียงมากมายเสน่ห์ตกหล่นเรียงรายเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเปิดกว้างให้กับคืนวันปัจจุบัน ผู้คนก้าวย่างไปอย่างไร เชียงใหม่ล้วนรองรับภาพเหล่านั้นออกมาได้อย่างลงตัว น่าตื่นตากับสีสันมากมายที่พวกเขาเลือกระบาย
นิมมาน บาร์ แอนด์ กริล เท่ เนี้ยบ นิ่ง ในนิมมานเหมินท์ซอย ๑๒ ความเงียบเชียบห่มคลุมห้องอาหารอุ่นอารมณ์ไว้ในแคนทารี ฮิล เชียงใหม่ เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มาตรฐานสูง แขกลองเทิร์มใช้ห้องนอนที่นี่เป็นบ้าน ใช่เพียงเท่านั้น นิมมาน บาร์ แอนด์ กริล ยังเปิดประตูรับคนภายนอกที่เข้ามาเลือกโอกาสพิเศษบนโต๊ะอาหารกับคนพิเศษ

นิมมาน บาร์ฯ เสิร์ฟเมนูครัวตะวันตกเป็นพระเอก สเต็กแซลมอนราดซอสมัสตาร์ด คัดชิ้นแซลมอนขนาดกำลังดี กริลมาอย่างคนเข้าใจสเต็ก มันฝรั่งปอกเปลือกสวย ผักโขมผัดกระเทียมเคียงข้าง เติมหน้าด้วยซอสมัสตาร์ด บีบมะนาวตัดรสจนกลมกล่อม กินเคียงกับนีซัว สลัด ที่ใช้ผักสลัดแสนสดจากโครงการหลวง กรอบหวานทีเด็ดอยู่ที่น้ำสลัดแบบใส หอมน้ำมันมะกอกและชิ้นทูนาที่เคล้าคลุกจนแสนเข้ากัน หยิบขนมปังโฮมเมดหลายชนิดตามเข้าไปด้วย ตรงตามตำรับสลัดของเมืองนีซเมืองชายทะเลของฝรั่งเศส
คอสเต็กคงคิดถึงหมูและเนื้อ เช่นนั้นเอง สเต็กหมูซอสเห็ดจึงถูกใจคนรักสเต็กหมูเนื้อส่วนติดโครงสุกหอมชวนกิน ราดซอสเห็ดข้น ๆ หนุบนุ่มเห็ดชิ้นเล็ก ซึ่งก็เด็ดพอ ๆ กับสเต็กเนื้อซอสพริกไทย ชิ้นเนื้อสันในหอมตามความสุกที่เลือก ผักลวกวางเคียงนั้นใช่เพียงสิ่งประดับ หวานน้ำผักและยังคงกรอบแม้ผ่านการลวก นั่งผ่อนคลายในแสงสลัว ทอดตามองยามบ่ายข้างนอกผ่านผนังกระจก ล้างปากด้วยของหวานอย่างแพชชันฟรุต มูส ชิ้นเค้กเนียนนุ่มเติมชั้นด้วยมูสละมุนลิ้น ตัดด้วยรสเปรี้ยวของแพชชันฟรุตหรือเสาวรส ทั้งความหวาน มัน กลมกลืนอย่างบอกไม่ถูก แม้ภายในจะอาบคลุมอยู่ด้วยบรรยากาศเนี้ยบ ๆ สง่า ลึกลับ แต่กระนั้นก็เถอะพนักงานที่นี่กลับมากมายด้วยความเป็นกันเองและรอยยิ้มที่เห็นได้แม้แต่ในแววตา คล้ายจะบอกว่า ภายนอกอาจเปลี่ยนได้ แต่ภายในนั้นยากจะเปลี่ยนแปลงนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล ภายในแคนทารี ฮิล เชียงใหม่ เลขที่ ๔๔ นิมมานเหมินท์ ซอย ๑๒ ตำบลสุดเทพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ ๐ ๕๓๒๒ ๒๑๑๑ และ ๐ ๕๓๔๐ ๐๘๗๗ เว็บไซต์ http://www.kantarygroup.com/ เปิดทุกวัน เวลา ๐๖.๐๐-๒๔.๐๐ นาฬิกา
สามเสนวิลลา เรื่อย ๆ เบา ๆ เคล้าน้ำปิง
ริมแม่น้ำสายนี้ไม่เคยจางหายมนตร์เสน่ห์ คล้อยเลื่อนเคลื่อนไหล รองรับลมหายใจของคืนวันมาไม่เปลี่ยนแปลง วันที่บ้านเรือนสองฝั่งแม่น้ำปิงกลายเป็นร้านรวงหลากหลาย ผู้คนมาเพลินตาหย่อนอารมณ์เคล้าอาหารบนตะ แม่น้ำก็ยังคงเย็นชื่นและเงียบงัน เช่นนั้นเอง สามเสนวิลลาจึงพาครัวภาคกลางอันเก่าแก่กว่า ๓๐ ปีจากกรุงเทพฯ มาอยู่ในเรือนยกพื้นสีขาวเคล้าไฟอุ่น ให้คนเชียงใหม่ได้แลกเปลี่ยนรสชาติอยู่ริมแม่น้ำสายเดิม หมูสะเต๊ะไม้โตหมักอย่างไม่หวงเครื่องเทศ ไม่แห้งจนเสียรส หอมแทรกถึงเนื้อใน ราดน้ำจิ้มสูตรเฉพาะอันตกทอด อาจาดสดใหม่ พริก แตง ไม่มีสีคล้ำ เต็มคำกับออร์เดิฟวร์ในจานสวย ยำสามรสแบบภาคกลางกำลังเป็นที่ติดใจคนเชียงใหม่ เชฟของสามเสนวิลลาส่งยำกุ้งใหญ่ย่างมาพร้อมข้าวสวยร้อน ๆ เนื้อกุ้งสดใหม่ หวาน แน่น ย่างมาพอดี เครื่องยำเป็นมหกรรมสมุนไพรอันจัดจ้าน ปรุงให้เป็น “กับข้าว” มากกว่าของกินเล่น เช่นนั้นการปล่อยให้มันกุ้งเยิ้ม ๆ คลุกข้าว ราดน้ำยำ จึงดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ว่ากันว่าแกงภาคกลางโบราณไม่เคยขาดกะทิ แกงเผ็ดเป็ดย่างของที่นี่จึงเป็นพระเอกแทบทุกโต๊ะ ชิ้นเป็ดย่างจนหนังสุกหอม เนื้อนุ่มอมน้ำแกงไว้อย่างเข้ม สับปะรด มะเขือเทศสีดา มะเขือพวง ใบโหระพา ใช่แค่เครื่องประกอบ แต่ล้วนคือความครบเครื่องที่ทำอีกมื้อผ่านไปแสนอิ่มเอม ร้านอาหารเงียบ ๆ แม่น้ำสงบนิ่งในยามโพล้เพล้ คนตรงหน้าเพียงสบดวงตาแล้วไม่ต้องพูดอะไรอีก บางทีนิยามของความโรแมนติกอาจชัดเจนที่สุดตรงนี้สามเสนวิลลา ภายในริมปิงคอนโดมิเนียม ถนนเจริญราษฎร์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ ๐ ๕๓๓๐ ๖๕๘๘ เว็บไซต์ http://www.samsenvilla-chiangmai.com/เปิดทุกวัน เวลา ๑๐.๐๐-๒๔.๐๐ นาฬิกา

Cup & Cake แด่ความสุขอันหอมหวาน วันที่จิตราภรณ์ ศาตมัย เลือกกลับมาปลูกบ้านในที่ดินผืนเก่าแก่ที่เติบโตและจากไปใช้ชีวิตที่อื่นมานานแสนนาน เธอพบว่าโลกตรงนั้นยังร่มรื่นอยู่ใต้ไม้ใหญ่ที่พ่อแม่ของเธอเคยลงแรง ริมทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ บ้านหลังเล็กค่อย ๆ เกิดขึ้นกลางสวนธรรมชาติและนกร้องจุ๊บจิ๊บอย่างที่เธอรัก งานผ้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ถักทอความสุขแต่ด้วยชีวิตต้องเดินต่อ หน้าบ้านอันเป็นเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวจึงกลายเป็น Cup & Cake ร้านเบเกอรีโฮมเมดและเครื่องดื่มเสริมความรื่นรมย์อย่างชาและกาแฟ ยามบ่ายในร้านผนังก่ออิฐอุ่นอารมณ์ คัพเค้กสารพันรสเรียงราย กรุ่นหอมพอกันกับบัตเตอร์บลูเบอร์รีและนานาเค้กที่เธอส่งความหอมออกมาจากเตาอบไม่ซ้ำชนิด อย่างเค้กชาเขียว เค้กลำไย ฯลฯ อาราบิกาสด ๆ จากแดนดอยยิ่งทำให้กาแฟของที่นี่ชัดเจนรสชาติ ยามบ่ายเลือก อิงลิช สโคน มากินคู่กับชาฝรั่งได้อารมณ์สุขสมตามไลฟ์สไตล์ของคนอังกฤษ ถนนเส้น ๑๐๘ ไม่เคยหยุดนิ่ง มากไปด้วยความเคลื่อนไหว พาผู้คนออกจากความคึกคักของเชียงใหม่ ไปสู่อากาศสดของขุนเขาที่โอบล้อม แต่ ณ บ้านแห่งหนึ่งที่ริมทาง เมื่อเลือกลงสัมผัสความร่มรื่น ขนมกรุ่นหอม เครื่องดื่มสักแก้ว หรืองานฝีมือที่ใครสักคนทำจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราอาจเห็นได้ถึงความสุขอันยิ่งใหญ่ที่อบอวลอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ของใครคนนั้น
Cup & Cake เลขที่ ๔๕๐ ริมทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ (เชียงใหม่-ฮอด) อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ (ทางขวามือ เลยบ้านถวายราว ๖ กิโลเมตร) โทรศัพท์ ๐ ๕๓๓๑ ๑๖๗๙

ชอบเที่ยว...ชวนชม


ททท.แจกฟรี นิตยสาร "หนีกรุง"

“หนีกรุง" City Detox Magazine นิตยสารรายเดือน เล่มกระทัดรัด ขนาด 6 x 9 นิ่ว หนา 100 หน้า เน้นการนำเสนอเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนกรุงเกิดความต้องการเดินทางท่องเที่ยว โดยแนะนำแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่คนกรุงสามารถใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างทันต่อฤดูกาลในแต่ละเดือน
แจกฟรี ทุกต้นเดือน ที่ด่านเก็บเงินค่าผ่านทางด่วนเข้ากรุงเทพฯ ดินแดง บางนา ประชาชื่น และที่ ททท.สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม เป็นต้นไป
หรือสนใจสมัครเป็นสมาชิก ติดต่อ บริษัท บางกอก ไรท์เทอร์ จำกัด โทร. 08 6763 1961

ชอบเที่ยว...ชวนรักแม่

คำว่า "แม่" คำเดียวสั้นๆ ที่ลึกซึ้ง และกินใจ วันแม่ปีนี้คุณคิดทำสิ่งดีๆ ให้ใครคนนี้หรือยัง ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ เพียง 1 วันกับวันแม่แลกกับ 364 วันที่เหลือเป็นวันลูก ช่างดูไม่ค่อยลำเอียงเลย ไม่ว่าวันไหนๆ เราก็เป็นคนดีให้แม่ได้เสมอ และแม่ชอบอะไร ก็ไปจัดหาให้แม่ซะนะ...แม่ชอบเที่ยว ชอบกิน ชอบไป ชอบชม ไม่ว่าอะไรลูกคนนี้จะหาให้แม่ และหาให้แม่จนกว่าแม่จะเลิกชอบ นะแม่นะ

"ปีหนึ่งมีวันแม่วันเดียว อีก ๓๖๔ วันเป็นวันลูก" เสียงรำพึงเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นเรื่อง จริงจังอะไรนัก แต่ก็สื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของแม่ลูกในสังคมปัจจุบันได้ไม่น้อยทีเดียว
ตามธรรมชาติแล้วแม่และลูกมีความสัมพันธ์ กันอย่างลึกซึ้งตั้งแต่ลูกถือกำเนิดขึ้นมาในครรภ์ ของแม่ สารอาหารที่ผ่านมาทางเลือดของแม่ค่อยๆ เสริมสร้างส่วนต่างๆ ในร่างกายลูก จนกระทั่งเวลาผ่านไป ๒ สัปดาห์ปากน้อยๆ ของลูกก็เกิดขึ้น ๓ สัปดาห์ลูกเริ่มมีตา ปลายสัปดาห์ที่ ๓ หัวใจเริ่มเต้น ในสัปดาห์ที่ ๘ ลูกมีอวัยวะทุกอย่างครบถ้วน สัปดาห์ที่ ๔๐ นัยน์ตามีสีเฉพาะตามเชื้อชาติ ร่างกายสมบูรณ์เต็มที่พร้อมจะออกมาดูโลก เมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว แม่ก็มีหน้าที่ ที่ต้องทำเพื่อลูกมากมาย ที่สำคัญที่สุด คือ เลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนด้วยความรักอย่างเต็มที่ เต็มกำลังของท่าน จนลูกเติบใหญ่โดยไม่มีค่าจ้างหรือสัญญาตอบแทนใดๆ เรียกได้ว่า ในฐานะที่เป็นลูก เราได้รับสิทธิมากมายมหาศาลจากแม่ แต่มนุษย์เราเกิดมาไม่ได้มี "สิทธิ" เพียงอย่างเดียว แต่ยังมี "หน้าที่" ตามมาด้วยเป็นของคู่กัน และหน้าที่ระหว่างแม่ลูกนั้น ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ดีเสมอไป บางคนเมื่อเป็นลูกอาจจะเป็นลูกที่ดี แต่เมื่อมาเป็นแม่ อาจจะไม่ใช่แม่ที่ดีก็ได้ เพราะการเลี้ยงลูกให้ดีไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้ว่าโดยปกติแล้วแม่ทั่วโลกต่างก็รักลูกและอยากเลี้ยงลูกให้ดีก็ตาม แต่..ความรักอย่างเดียวคงยังไม่พอ ความพร้อมในด้านต่างๆ ของแม่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ที่แตกต่างกันไปตามสภาพสังคม ประเพณี วัฒนธรรม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีส่วนกำหนดให้แม่แต่ละคนทำหน้าที่ได้แตกต่างกันดังตัวอย่างของแม่ชาวจีนใน ๒ ยุค ที่ต่างก็มีความรักลูกเช่นกัน แต่การเลี้ยงลูกกลับต่างกันราวดินกับฟ้า ในอดีต ประชากรจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วไปต่ำกว่ามาตรฐานมาก ปัญหาต่างๆ รุมเร้า ทำให้แม่ไม่มีความพร้อมที่จะดูแลลูกๆ ได้อย่างทั่วถึง ลูกจึงขาดแคลนทั้งเรื่องอาหารการกิน การศึกษา การอบรมสั่งสอน การดูแลด้านสุขอนามัย ฯลฯ ต่อมาในค.ศ. ๑๙๗๙ รัฐบาลจีนมีนโยบายให้แต่ละครอบครัวมีลูกคนเดียว เพื่อควบคุมจำนวนประชากร ภาพเด็กจีนผู้หิวโหยเข้าแถวรอการปันส่วนอาหารจึงหมดไป
ปัจจุบันพ่อแม่ชาวจีนจำนวนมหาศาลต่างก็มีลูกกันเพียงคนเดียว เป็นครอบครัวแบบ ๔-๒-๑ (ปู่ย่า ตายาย ๔ คน พ่อแม่ ๒ คน ลูก ๑ คน) ทุกคนในบ้านต่างทุ่มเททุกอย่างเพื่อปรนเปรอ "หนึ่งเดียวคนนี้" โดยปู่ย่า ตายาย และพ่อแม่ ต่างทำ "หน้าที่" ของตนอย่างเต็มกำลัง จนกระทั่งเด็กเหล่านี้ ได้ชื่อว่า จักรพรรดิน้อย (The Little Emperors) แต่..ในยุคที่จักรพรรดิน้อยกำลัง รุ่งเรืองนี้ ตำนานลูกกตัญญูก็ถึงกาลอวสานลงไปพร้อมๆ กัน แล้วอะไรคือแนวทางในการทำหน้าที่ของแม่อย่างเหมาะสม? เรื่องนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกล่าวถึงหน้าที่ของแม่รวมทั้งหน้าที่ของลูกไว้ในสิงคาลกสูตร เรื่อง ทิศ ๖ ซึ่งหลักการนี้สามารถ นำไปใช้ได้กับคนในทุกสังคม พระองค์ตรัสไว้ว่า แม่มีหน้าที่อนุเคราะห์ลูก ๕ ประการ คือ ห้ามลูกไม่ให้ทำชั่ว ให้ทำความดี ให้การศึกษาแก่ลูก หาสามี-ภรรยาที่สมควรให้ และมอบทรัพย์สินให้ลูกในเวลาอันควร ส่วนลูกก็มีหน้าที่ ๕ ประการเช่นกัน คือ เลี้ยงดูแม่เป็นการตอบแทน ช่วยทำการงานของท่าน ดำรงวงศ์ตระกูล ประพฤติตนให้สมควรที่จะได้รับมรดก ทำบุญอุทิศให้ท่านเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ถ้าทั้งแม่และลูกต่างก็มีความชัดเจนว่าตนเองมีหน้าที่อะไร และทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดโดยอาศัยทุนเดิม คือ ความรัก ความเมตตาที่มีต่อกันเป็นพื้นฐาน บวกกับความเข้าใจว่า แม่ หรือลูกของเรา ก็คือ มนุษย์ธรรมดาที่ยังมีกิเลสและยังมีปัญหาต่างๆในชีวิตอีกมากมาย อาจจะทำสิ่งที่ ผิดพลาด หรือสิ่งที่ไม่ถูกใจเราบ้างในบางครั้ง แต่ถ้าเรามองอีกฝ่ายหนึ่งด้วยความเมตตาและเข้าใจ เราก็จะสามารถรักษาความสัมพันธ์อันงดงามที่มีต่อกันไว้ได้ตลอดไป ไม่น่าเชื่อว่า วันเวลาที่ได้มาเป็นแม่ลูกกัน ช่างผ่านไปรวดเร็วนัก ดวงตะวันสาดแสงสดใสได้ไม่นานก็ต้องลับขอบฟ้าเสมือนชีวิตของแม่ที่กำลังนับถอยหลังลงทุกวัน.. ใช้เวลาด้วยกันบ้าง.. ให้หลายๆ วันเป็นวันของแม่และลูก เพราะวันแม่ครั้งต่อไป มาลัยดอกมะลิพวงงามของลูกอาจไม่ถึงมือแม่ก็ได้ !!...

ชอบเที่ยว...ชวนไป




ใครจะไปรู้ว่า เมืองไทยไม่ว่าหลับตา หรือลืมตา อยู่ที่ไหนบ้านเราคิดสักนิด ก็รู้ว่ามีแต่ที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม...จริงไหม อย่างที่นี่เลย ภูสอยดาว....ทิวสน ทุ่งดอกไม้...ในสายหมอกสวย

ภูสอยดาว ทุ่งดอกไม้แสนสวยยามฤดูฝน ภูสอยดาวเป็นอุทยานแห่งชาติ แต่เดิมเป็นวนอุทยานภูสอยดาว จัดตั้งเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 โดยครอบคลุมพื้นที่ 48,962 ไร่ ในท้องที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้สำรวจพื้นที่ป่าเพิ่มเติมท้องที่อำเภอบ้านโคก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2537 โดยครอบคลุมพื้นที่ 125,110 ไร่ หรือ 199 ตารางกิโลเมตร เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

สภาพทั่วไป
ภูสอยดาวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด มีเทือกเขาภูสอยดาวทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว ยอดภูสอยดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ( อยู่ในเขตประเทศลาว ) สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยชนิดของป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง จึงทำให้มีลักษณะภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี ( ภูสอยดาวในเขตไทย หมายถึงลานสนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูสอยดาว อยู่ที่ระดับความสูง 1,633 เมตร )
แต่ก่อนนั้นเคยมีคนเปรียบเทียบภูสอยดาวเป็นภูกระดึง2 ทั้งนี้เพราะว่าสภาพพื้นที่และป่าสนที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่สิ่งที่ภูสอยดาวต่างกับภูกระดึงและเด่นกว่าคือสภาพป่าสนที่เป็นเนินสลับซับซ้อนให้บรรยากาศของการเดินเที่ยวบนภูได้มากกว่า อีกทั้งระยะทางการเดินเที่ยวบนภูยังไม่ไกล สามารถเดินชมโดยรอบเพียงวันเดียว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนภูอยู่ไม่ไกลกันไม่ว่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกซึ่งอยู่ห่างจุดตั้งแคมป์เพียง 10 นาที จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ห่างเพียง 30 นาทีโดยประมาณ ทุ่งดอกไม้มีอยู่ทั่วไปบนภูและมีมากที่สุดบริเวณจุดกางเต็นท์ ทุ่งดอกไม้บนภูมีหลายชนิดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกดอกให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชื่นชมตลอดฤดูฝนจนถึงช่วงต่อฤดูหนาว

ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิสูงสุด 35 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส

ภูสอยดาว ทุ่งดอกไม้แสนสวยยามฤดูฝน ภูสอยดาวเป็นอุทยานแห่งชาติ แต่เดิมเป็นวนอุทยานภูสอยดาว จัดตั้งเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 โดยครอบคลุมพื้นที่ 48,962 ไร่ ในท้องที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้สำรวจพื้นที่ป่าเพิ่มเติมท้องที่อำเภอบ้านโคก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2537 โดยครอบคลุมพื้นที่ 125,110 ไร่ หรือ 199 ตารางกิโลเมตร เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

สภาพทั่วไป
ภูสอยดาวมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำปาด มีเทือกเขาภูสอยดาวทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว ยอดภูสอยดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ( อยู่ในเขตประเทศลาว ) สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วยชนิดของป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง จึงทำให้มีลักษณะภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี (ภูสอยดาวในเขตไทย หมายถึงลานสนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูสอยดาว อยู่ที่ระดับความสูง 1,633 เมตร )
แต่ก่อนนั้นเคยมีคนเปรียบเทียบภูสอยดาวเป็นภูกระดึง2 ทั้งนี้เพราะว่าสภาพพื้นที่และป่าสนที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่สิ่งที่ภูสอยดาวต่างกับภูกระดึงและเด่นกว่าคือสภาพป่าสนที่เป็นเนินสลับซับซ้อนให้บรรยากาศของการเดินเที่ยวบนภูได้มากกว่า อีกทั้งระยะทางการเดินเที่ยวบนภูยังไม่ไกล สามารถเดินชมโดยรอบเพียงวันเดียว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนภูอยู่ไม่ไกลกันไม่ว่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกซึ่งอยู่ห่างจุดตั้งแคมป์เพียง 10 นาที จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ห่างเพียง 30 นาทีโดยประมาณ ทุ่งดอกไม้มีอยู่ทั่วไปบนภูและมีมากที่สุดบริเวณจุดกางเต็นท์ ทุ่งดอกไม้บนภูมีหลายชนิดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกดอกให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชื่นชมตลอดฤดูฝนจนถึงช่วงต่อฤดูหนาว

จุดที่น่าสนใจ ที่ภูสอยดาว
สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
1. น้ำตกภูสอยดาวมีความสูง 5 ชั้น มีน้ำไหลตลอดทั้งปี น้ำตกอยู่ริมถนนลาดยางหมายเลข 1268 ข้างๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดรวมพลก่อนเดินขึ้นสู่ภูสอยดาว เป็นทางผ่านของเส้นทางเดินขึ้นภูสอยดาว หากท่านใดไม่สะดวกขึ้นไปชมความงามบนภูก็สามารถแวะชมน้ำตก ลงเล่นน้ำได้ตามสะดวกสบาย

2. ลานสนภูสอยดาว จากภาพด้านล่างนี้คือ ภูสอยดาว เทือกเขาสูงนั่นคือ ภูสอยดาว จุดสูงสุดคือ 2,035 เมตร ณ ที่จุดสูงสุดคือ เสาหลักเขตประเทศไทย-ลาว เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวไม่ได้ขึ้นไปเที่ยวกัน ภูสอยดาวที่คนเขาพูดกันว่ามีทุ่งดอกไม้สวยคือ ลานสนภูสอยดาว นั่นก็คือที่ราบบนภูที่เป็นทุ่งกว้างมีต้นสนสามใบขึ้นอยู่จำนวนมาก ที่พื้นเป็นทุ่งหญ้าที่จะออกดอกสวยงามในช่วงฤดูฝนจนถึงปลายฤดูฝน หากดูในภาพแล้วก็คือพื้นที่ราบที่เห็นอยู่นี่แหล่ะ ที่ราบ หรือ ลานสนภูสอยดาวนี้อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,600 เมตร และมีจุดสูงสุดอยู่บริเวณจุดชมวิวด้านทิศเหนือด้วยระดับความสูง 1,633 เมตร ถึงแม้จะดูไม่สูงมากแต่ก็สูงกว่าภูกระดึงที่สูงเพียง 1,280 เมตร บริเวณลานสนมีที่ราบที่กว้างเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้ บริเวณกลางพื้นที่มีลำธารไหลผ่านเหมาะสำหรับตั้งแค้มป์พักแรมเป็นอย่างยิ่ง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและลานกางเต็นท์ก็อยู่ที่ลานสนนี้ ลักษณะโดยทั่วไปของลานสนเป็นพื้นที่ราบสลับเนินเตี้ย ทั่วทั้งพื้นที่ปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้าและป่าสนที่มีลักษณะเป็นป่าโปร่งเหมาะสำหรับเดินเที่ยว พื้นที่บนยอดภูไม่กว้างใหญ่เหมือนกับภูกระดึงจึงทำให้เดินชมบรรยากาศบนยอดภูได้อย่างสบายๆ ไม่เหนื่อยมาก ตลอดเส้นทางมีดอกไม้ในทุ่งหญ้าออกดอกให้ชมอย่างสวยงามการเดินทางขึ้นไปชมลานสนภูสอยดาวต้องเดินขึ้นไป ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร

3. พิชิตยอดภูสอยดาว ยอดแหลมๆ ด้านซ้ายจากภาพข้างบน นั่นคือจุดสูงสุดภูสอยดาว ความสูง 2,035 เมตร เป็นที่ตั้งหลักเขตไทย-ลาว เส้นทางขึ้นยอดภูสอยดาวเป็นเส้นทางที่ชันมาก ช่วงแรกไต่ระดับขึ้นเนินแรก ช่วงกลางเป็นทางราบขึ้นเนินลงเนิน ช่วงสุดท้ายชันแบบตะกายฟ้า จากจุดกางเต็นท์ที่ลานสนขึ้นยอดภูสอยดาวใช้เวลาเดินทางไป-กลับ 1 วันเต็ม เมื่อขึ้นไปถึงยอดดอยจะมีหน้าผาชันชื่อผาอินทรีย์ เป็นจุดชมวิวเมื่อมองลงมาจะเห็นพื้นที่ราบลานสนได้ชัดเจน ทัวร์ดอยได้พานักท่องเที่ยวขึ้นไปเป็นคณะแรกเมื่อปี 2546 นักท่องเที่ยวที่ขึ้นสู่ยอดภูสอยดาวได้คนแรกคือ น้องไบท์ อายุ 13 ปี

4. ทุ่งดอกไม้ บนลานสนบนภูสอยดาวอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทุ่งดอกไม้ป่ามากมายหลายชนิดผลัดกันออกดอกหมุนเวียนไปตามช่วงฤดูกาล ที่ขึ้นชื่อมากของที่นี่คือดอกหงอนนาค ดอกมีสีม่วงอ่อน ที่นี่เป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 4,000ไร่ ดอกหงอนนาคจะทยอยออกดอกประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน เมื่อดอกหงอนนาคโรยไปก็จะมีดอกกุงผลิบานขึ้นมาทดแทน ดอกกุงเป็นดอกสีเหลืองเต็มทุ่งหญ้า จะออกดอกในช่วงปลายเดือนกันยายน-ตุลาคม นอกจากนี้ยังมีดอกไม้อื่นๆ มีมากมายหลายชนิด พันธ์ไม้ที่มีคุณค่าและหายากในแหล่งอื่นแต่หาชมได้ที่นี่คือ รองเท้านารีอินทนนท์ จะออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

5. น้ำตกบนภูพื้นที่ทุ่งดอกไม้บนภูสอยดาวเป็นพื้นที่รองรับน้ำฝนที่มีพื้นที่กว้างกว่า 4,000 ไร่ เมื่อฝนตกลงมาก็จะขังอยู่ตามทุ่งหญ้าแล้วไหลลงสู่ลำธารเล็กๆ บนภูซึ่งมีอยู่หลายสายจากนั้นก็ไหลลงสู่พื้นที่ต่ำทำให้เกิดน้ำตกหลายสาย ได้แก่ น้ำตกสายทิพย์ น้ำตกผาชัน น้ำตกมอส อยู่ละจุดอยู่คนละมุมของภูสอยดาว สามารถเข้าไปเที่ยวชมได้ไม่ยาก จุดเด่นของน้ำตกบนภูสอยดาวคือความเขียวสดของมอสที่เกาะอยู่ตามหินบริเวณน้ำตกดูเป็นธรรมชาติและสดชื่นมาก

6. วิวสวยภูสอยดาวเป็นภูเขายอดตัดคล้ายกับภูกระดึง บริเวณขอบของภูเป็นเส้นทางเดินชมวิวส์ทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองวิวส์ไกลๆ โดยไม่มีอะไรมาบดบังสายตา เส้นทางเดินบนภูเป็นเส้นทางเดินเป็นวงรอบ ระหว่างเส้นทางเป็นป่าสนและทุ่งดอกไม้ให้ได้ชมอย่างเพลิดเพลินโดยไม่เหนื่อยจนเกินไปเพราะมีระยะทางสั้นๆ ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีแผนที่แสดงเส้นทางเดินเที่ยวบนภู นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างอิสระไปตามเส้นทางรอบภู ชอบมุมไหนก็นั่งเล่นนั่งพักชมวิวกันได้ตามอารมณ์

7. ทะเลหมอก- พระอาทิตย์ตกจุดชมวิวส์พระอาทิตย์ตก และ ทะเลหมอก อยู่ใกล้ๆ กับจุดกางเต็นท์

8.บรรยากาศการแคมปิ้งที่สุดยอดเป็นความประทับใจที่ไม่อาจจะบรรยาออกมาเป็นภาพได้กับการที่ได้ตั้งแคมป์พักแรมกลางลานสนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ที่สวยงาม กับบรรยากาศของความหนาวเย็น มีลำธารสายเล็กๆ ข้างบริเวณจุดกางเต็นท์เป็นทั้งแหล่งน้ำดื่มและน้ำใช้สำหรับนักท่องเที่ยว ในยามเย็นจะมีนักท่องเที่ยวลงไปอาบน้ำยังท้ายๆ ของลำธาร ชายลงอาบด้านเหนือสายน้ำ หญิงอาบทางด้านท้ายสายน้ำ เป็นบรรยากาศที่โรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติ ข้อดีของที่นี่อีกอย่างคือ ไม่มีทาก ทำให้เที่ยวได้อย่างสบายใจไร้กังวล

การเดินทางไปภูสอยดาว
ภูสอยดาว อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ( สนง. ทัวร์ดอย กม.0 ) ประมาณ 550 กิโลเมตร การเดินทางจากกรุงเทพฯ เส้นทางที่สะดวกมี 2 เส้นทางคือ เส้นทางสายชาติตระการ เป็นเส้นทางที่ต้องขึ้นเขา อีกเส้นทางคือเส้นทางสายน้ำปาด ดังรายละเอียด
1. จากจังหวัดพิษณุโลก ใช้ทางหลวงเลข 11 ที่มุ่งตรงไปยังจังหวัดอุตรดิตร์ เมื่อถึงอำเภอวัดโบสถ์ ( 28 กม. จากพิษณุโลก ) ให้แยกขวาไปบ้านโป่งแคตามทางหลวงหมายเลข 1206 เมื่อถึงสามแยกบ้านโป่งแค ( 46 กม ) ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1143 มุ่งตรงไปจนถึงอำเภอชาติตระการ ( 32 กม.) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1237 วิ่งตรงไปอีก 71 กม เป็นทางลาดยางช่วงแรกเป็นทางผ่านทุ่งนา ช่วงท้ายเป็นทางลัดเลาะตามไหล่เขาทางแคบชำรุดเป็นบางช่วง แต่ทางไม่ชัน มีรถยนต์น้อย ไปตอนกลางคืนน่ากลัว แต่ถ้าผ่านเส้นทางนี้ช่วงเช้ามืดจะเห็นวิวที่สวยงามมาก ถึงแยกทางหลวงสาย 1268 เลี้ยวซ้ายไปภูสอยดาว ระยะทาง 58 กม.
2. จากพิษณุโลก มุ่งตรงไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ กม 70 กว่าๆ ให้แยกขวาไปยังบ้านน้ำพี้ เมื่อถึงสามแยกตัดกับถนนสาย 1047 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1047 ตรงไปไกลมากจนเลยอำเภอน้ำปาด จนถึงโรงพยาบาลน้ำปาดให้แยกขวาไปตามถนนสาย 1239 มุ่งตรงไปบ้านห้วยมุ่น (แต่ไม่ได้ผ่านหมู่บ้านห้วยมุ่น) ตรงไป 47 กม มีโค้งหลายร้อยโค้งขึ้นๆ ลงๆ เนิน ถนนสภาพดี เส้นทางปลอดภัย ขับไปจนครบ 47 กม จะพบกับทางสามแยกให้แยกขวาไปอีก 18 กม ก็ถึงสะพานข้ามลำห้วย นั่นล่ะคือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เริ่มเดินขึ้นกันจากจุดนี้


สุดท้ายฝากความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ให้ทุกๆ คนได้ไปสัมผัส เพราะภูสอยดาว รออวดโฉมคุณอยู่นะครับ



ชอบเที่ยว...ชวนไป

ตอนนี้มีเทศกาลน่าสนใจมาก นั่นคือ เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค : 5 Region Thai Travel Fest โดยเริ่มจาก ภาคตะวันออก “เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสันตะวันออก” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสันแดนอีสาน” ภาคเหนือ “เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสันเมืองเหนือ” ภาคใต้ “เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสันเมืองใต้” และภาคกลาง “เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสันสวรรค์ภาคกลาง”
" ยกเมืองไทย มาไว้เมืองคอน "เพื่อสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในกลุ่มต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี อันจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น และส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างยั่งยืน เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสันเมืองใต้วันที่ 21-23 สิงหาคม 2552 ณ บริเวณทุ่งท่าลาด จังหวัดนครศรีธรรมราชกิจกรรมในงาน
1. กิจกรรมคลินิคท่องเที่ยว
2. กิจกรรมภาพโปสการ์ด
3. การแสดงภาพถ่ายการท่องเที่ยว ของคุณจีระนันท์ พิตรปรีชา
4. ศาลาแสดงงาน 5 ภาค
5. การแสดงที่เวทีกลาง (การแสดงทางศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ทั้ง 5 ภูมิภาค)
6. กิจกรรมบู๊ธ 76 จังหวัด
7. กิจกรรมไฮไลท์ การแสดงเลเซอร์ แสง สี เสียง “ยกเมืองไทยไปไว้ที่เมืองคอน”
8. ขบวนแห่ทางวัฒนธรรม
9. กิจกรรมพิเศษ - โรตีสแควร์ - ขนมพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง - การประกวดนกกรงหัวจุก

ทั้งหมดนี้ อย่าพลาดเชียวนะนานๆ มีที ไม่ดีไม่มีแน่ เที่ยวไทย ใจครึกครึกครื้น เศรษฐกิจไทยก็ครึกครักนะครับ

ชอบเที่ยว...ชวนรู้



ททท.จัดทำคู่มือเส้นทางท่องเที่ยว OTOP Village 4 ภาค (ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้) เพื่อเป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสินค้าการท่องเที่ยวประเภทวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบของดิจิตอลไฟล์ (PDF) เพื่อให้ผู้สนใจได้ดาวโหลดคลิกดูรายละเอียดของแต่ละภาค


เกี่ยวกับเรา

เวบไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้สมาชิกทุกคนได้เข้ามาใช้บริการ แลกเปลี่ยนทัศนคติ หรือแนะนำสิ่งที่ดี และมีประโยชน์ การจัดทำเว็บนี้ขึ้นเนื่องจากส่วนตัวเป็นเยาวชนท่องเที่ยว ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เคยเป็นพิธีกรท่องเที่ยว ชอบเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ รวมทั้งเวลาทำงานยังได้ไปเที่ยวอีก การเที่ยวแต่ละครั้งเป็นการเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก เสมือนว่าเราเกิดจากป่า และธรรมชาติ เมื่อสมัยเรียน และเรียนจบมาทางสิ่งแวดล้อม ก็อยากจะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ขนาดแม้แต่เวลาทำงานเคยไปทำหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP เรายังได้ไปเที่ยวจังหวัดต่างๆ และได้เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ หรือแม้แต่ตอนคัดเลือกผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ประกอบการทำหมู่บ้านท่องเที่ยว ยังต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลักด้วย
คำว่า "ชอบเที่ยว" มาจากส่วนตัว หรือคนทุกๆ คนต้องเกิดความต้องการ หรือความอยากในสิ่งต่างๆ ที่เราต้องการ ชอบเที่ยว ในเว็บนี้จึงเน้นเนื้อหาเป็น 4 ส่วนหลักๆ คือ 1. ชอบท่องเที่ยว ชม ชิม ช็อป พักผ่อน 2. ชอบธรรมะ เข้าวัด สนทนาธรรม 3. ชอบกิจกรรม ฝึกอบรม สันทนาการ วิชาการต่างๆ 4. ชอบทั่วไป บันเทิง เม้าท์ โฆษณา แต่งกลอน สุขภาพ ทั้งหมดที่พูดมา ก็คือความชอบ ทั้งนั้น เพราะคนทุกคนต่างมีความชอบที่ต่างกัน ดังนั้นใครชอบอะไรก็เชิญกันตามสบายเลยครับ เว้นอย่างเดียวชอบในสิ่งที่ถูกต้อง คิดดี ทำดี สังคมก็จะดีตามด้วยครับ
สุดท้าย ขอฝากสิ่งดีๆ ในเว็บนี้เพื่อตอบสนองความชอบของคนทุกคน ช่วยกันมาสร้างสรรค์สิ่งดีๆ กันนะครับ เพราะคนทำ ชอบท่องเที่ยว ชอบธรรมะ ชอบจัดกิจกรรม เป็นหลัก นอกนั้นก็เป็นความชอบพื้นฐานของคนทุกๆ คนทั่วไปนะครับ...ที่ http://www.chopteaw.com/ เว็บนี้สำหรับคนชอบเที่ยว ชวน...